สำนักพุทธฯโคราช ปัดไม่ยุ่งคดีอดีตศิษย์พระเกจิดังโกงเงินวัด

จากกรณีที่ นายธนพัฒน์ สุขเกษม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูป พร้อมด้วยนายวุธศักดิ์ นิยมนา และนายเชาวลิต เงินรวง ไวยาวัจรกร วัดบุไผ่ หรือ วัดบ้านไร่ 2 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เดินทางไปร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายตำรวจเกษียณอายุราชการยศ พลตำรวจตรี รายหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตลูกศิษย์ของพระเกจิชื่อดัง ในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกงประชาชน หลังแอบอ้างชื่อ วัดบุไผ่ เพื่อขอรับบริจาคเงินจากพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในหลวงพ่อคูณ มาซื้อที่ดินจำนวน 11 ไร่ มีชื่อนายตำรวจคนดังกล่าว เป็นผู้ถือครองทั้งหมดนั้น

ล่าสุด นายคำพัน ครองเกษม นิติกรประจำสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ชี้แจงถึงกรณีนี้ว่า ก่อนหน้านั้นเคยมีเรื่องของความขัดแย้งภายในระหว่างวัดบุไผ่กับมูลนิธิ แต่ทางวัดบุไผ่ไม่เคยมาร้องเรียนที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัดบุไผ่ ก็ได้เข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของคดีบ้านเมือง ที่ดีเอสไอรับเข้าพิจารณาดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา จึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เพราะจะเสียรูปคดี นอกจากทางดีเอสไอ จะติดต่อประสานงานมา ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเต็ม

ทั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า กรณีที่นำเอาชื่อวัดไปแอบอ้าง เพื่อขอรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาดูแลเพียงวัดและพระสงฆ์เท่านั้น ประกอบกับการแก้ไขทำได้เพียงประชาสัมพันธ์ให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะบริจาคเงินหรือสิ่งของต่างๆ ให้กับมูลนิธิ เท่านั้น

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวทั่วไป และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น