โจรพังประตูห้องน้ำจี้ข่มขืนเด็กหญิง 14 โชคดีชาวบ้านช่วยทัน

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์และพยายามจะข่มขืนหญิงสาว บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก ใต้สะพานต่างระดับทางไปท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ จ.ชลบุรี จึงนำกำลังชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายเป็นหญิงสาวจำนวน 2 คน ทราบชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ยืนรอตำรวจอยู่ในสภาพมีอาการหวาดผวาตื่นกลัว โดยหลังตั้งสติได้จึงให้การว่าก่อนเกิดเหตุขณะ น.ส.เอ กำลังยืนรอน้องสาว น.ส.บี ที่ไปเข้าห้องน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นเพิงสังกะสีที่คนจรสร้างทิ้งไว้ที่ริมเชิงเขาพระตำหนัก

จากนั้นได้มีชายไทย อายุประมาณ 30 ปี ท่าทางคล้ายคนเมายาเดินเข้ามาประกบ พร้อมกับชักอาวุธมีดปลายแหลมออกมาข่มขู่ไม่ น.ส.เอ จึงวิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้เคียง จากนั้นคนร้ายจึงตรงเข้าไปพังประตูห้องน้ำ ก่อนบุกเข้าใช้อาวุธมีดขู่บังคับชิงโทรศัพท์มือถือของ น.ส.บี ซึ่งอยู่ภายใน อีกทั้งยังบังคับให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อหวังจะข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.บี ต่อสู้พร้อมร้องตะโกนเสียงดังจนชาวบ้านวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายตกใจวิ่งหลบหลบหนีไปบนเชิงเขาพระตำหนัก

หลังเกิดเหตุจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันออกค้นหาตัวคนร้าย กระทั่งไปพบชายต้องสงสัยลักษณะรูปพรรณใกล้เคียงกับข้อมูลที่ผู้เสียหายให้ไว้ กำลังนั่งดมสารระเหย อยู่บริเวณพื้นที่รกร้างเชิงเขา จึงเข้าทำการจับกุม ทราบชื่อคือนายบูรพา อายุ 32 ปี ตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย

จากการสอบสวน นายบูรพา ให้การอ้างว่ามีอาชีพเก็บของเก่าขาย โดยใช้พื้นที่รกร้างบริเวณเขาพระตำหนักไปที่พักพิงและอาศัย โดยก่อนเกิดเหตุพบหญิงสาวกำลังรอต่อคิวเข้าห้องน้ำจึงใช้ไม้แหลมห่อ หุ้มด้วยผ้าลักษณะคล้ายอาวุธมีดบุกเข้าไปจี้ชิงทรัพย์และพยายามข่มขืนเลยวิ่งหลบหนีไปซ่อนตัว สุดท้ายไม่รอดถูกจับกุมดังกล่าว

ข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าบริเวณจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่สวนสาธารณะ บริเวณเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่มั่วสุม และค้าประเวณีของกลุ่มรักร่วมเพศ กระทั่งมีการนำเสนอข่าวและร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาเมืองพัทยาจึงได้เข้าไปบูรณะด้วยการเก็บกวาด และติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่ม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบเฝ้าระวังเหตุ แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวทั่วไป คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น